Untitled Document หน้าแรก | โชคชะตาราศี | บอกเล่าเก้าสิบ | กระดานถาม-ตอบ | โฮมเพจคู่รัก | สมัครสมาชิก | สินค้าและบริการ | ติดต่อเรา       
 
. : : : : welcome to ThaiWedding.com : : : : .
 
 
Promotion Package
โปรโมชั่นแพคเกจแต่งงาน
ปี 2003
ราคาเพียง 99,999 บาท

จองด่วน วันนี้
รับของสมนาคุณ
 ฟรี
 
                      รายละเอียด
 
 
 
 
: : Wedding Post : :
 
 
 
 
. : : : : welcome to ThaiWedding.com : : : : .







 
 
 

+ เตรียมตัวก่อนวิวาห์
+ 15 ไอเดียงานวิวาห์สุดหรู ที่นำมาประยุกต์เข้ากับธรรมเนียมหรือวัฒนธรรมของคนไทยได้
+ 8 วิธีช่วยส่งรักให้ติดลม
+ 19 วิธีสู่ชีวิตคู่ที่มีสุข

+ เตรียมคำพูดขึ้นกล่าวอย่างไร ให้ประทับแขกมาร่วมงาน
+ เคล็ดลับประคองชีวิตคู่

+ พิธีแต่งงานนานาชาติ
+ ดูแลรักษาเครื่องประดับเพชร

+ เกร็ดความรู้ที่ทำให้ชีวิตคู่ของคุณเป็นเหมือนคืนแต่งงานคืนแรกตลอดไป


ู่พิธีแต่งงานนานาชาติ
 
รายละเอียดขั้นตอนการแต่งงาน อาจแตกต่างกันบ้างตามขนบธรรมเนียม และ ประเพณีท้องถิ่นของแต่ละสถานที่ แต่พิธีรีตรอง และ ที่มาที่ไปนั้น ต่างกันไม่มากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพิธีแต่งงานที่ใดก็ตาม จะประกอบด้วย คำมั่นสัญญารัก, ความศรัทธา, และ การแลกเปลี่ยนสิ่งของซึ่งกันและกัน ระหว่างเจ้าบ่าว และ เจ้าสาว รวมทั้งญาติพี่น้อง และ กลุ่มคนที่รู้จัก เพื่อแสดงถึงความเพียบพร้อม และ ความเหมาะสม ก่อนที่ทั้งสองคนจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
นอกจากการแลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญา ว่าทั้งสองจะครองรักกันด้วยความปิติและสมหวังแล้ว ยังมีการสวมแหวนแต่งงาน เพื่อช่วยยึดเหนี่ยวคำสัญญานั้นให้คงอยู่ตราบชั่วนิรันดร์ รวมถึงการกล่าวคำอวยพรจากแขกเหรื่อ ที่มาร่วมแสดงความยินดี โดยการมอบของขวัญในพิธีสมรส การเฉลิมฉลองพิธีแต่งงานนั้น นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีประวัติยาวนานที่สุดในทุกๆ วัฒนธรรม ของทุกๆ ประเทศ พิธีแต่งงานนั้นเปรียบได้กับโซ่ ที่เชื่อมต่อระหว่างครอบครัว ระหว่างยุคสมัย และ ระหว่างคนสองคน ดังนั้นพิธีแต่งงาน จึงมักที่จะประกอบไปด้วย ความรื่นเริง ที่แสดงออกถึงความเชื่อ และ รากฐานของบุคคล และ สิ่งที่เป็นที่รักใคร่ของเจ้าบ่าว และ เจ้าสาว

พิธีแต่งงานของประเทศต่างๆ
• England
• Italy
• Japan
• France
• China
• Korea
• Germany
• India
• Middle East
--------------------------------------------------------------------------------
England :: อังกฤษ

ค่ะ แม้แต่ชาวอังกฤษก็มีการคลุมถุงชนเหมือนกันค่ะ (นับแต่อดีตจนถึงศตวรรษที่ 19) และชาวอังกฤษก็ยังมีความเชื่อ เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติไม่แพ้ชาติอื่นค่ะ คู่รักชาวอังกฤษนิยมแต่งงานในเดือนกันยายน เพราะเชื่อว่าเป็นเดือนที่จะนำความมั่งคั่งมาสู่ทั้งสอง เจ้าสาวจะไม่ยอมใช้นามสกุล ของเจ้าบ่าวก่อนพิธีแต่งงานเพราะกลัวจะนำโชคไม่ดี ข้าวบาร์ลีย์จะถูกโยนใส่คู่บ่าวสาวขณะเดินเข้าสู่พิธี และขนมปังจะถูกสาดใส่ศีรษะ ของเจ้าสาวเมื่อเธอย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านใหม่ เพื่อเป็นศิริมงคล เด็กสาวจะโปรยดอกไม้ทั่วทางเดิน ของคู่บ่าวสาวเป็นการบ่งบอกว่า ทางเดินชีวิตของเจ้าสาวจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ปราศจากขวากหนามใด ๆ เจ้าบ่าวจะอุ้มเจ้าสาวข้ามธรณีประตู เพื่อนำความโชคดีมาสู่เจ้าสาว คู่รักสมัยปัจจุบันมักจะแต่งงานกันแบบเรียบง่ายไม่ค่อยมีพิธีรีตองเหมือนสมัยก่อน จะมีการส่งบัตรเชิญ มีปาร์ตี้สละโสดของเจ้าบ่าว และของเจ้าสาว คู่บ่าวสาวมักจะนิยมนั่งรถ Rolls Royce โดยสารมาที่โบสถ์ ระฆังที่โบสถ์จะดัง ขณะที่ทั้งสองย่างเข้าโบสถ์ เพื่อเป็นการขับไล่ภูติผีปีศาจ มีการถ่ายรูปนอกโบสถ์และมีงานเลี้ยงรับประทานอาหารกาลางวัน ซึ่งชาวอังกฤษแกเรียกว่า wedding breakfast

--------------------------------------------------------------------------------
France :: ฝรั่งเศส

ก่อนพิธีแต่งงาน เจ้าสาวฝรั่งเศสจะมีพิธีอาบน้ำเป็นพิเศษ เพื่อชำระล้างสิ่งไม่ดีงามต่าง ๆ รวมถึงอดีตความทรงจำ เกี่ยวกับความรักครั้งก่อน ๆ ให้หมดไป เจ้าบ่าวจะไปรับเจ้าสาวที่บ้านของเธอ เด็ก ๆ จะออกมากั้นทางของทั้งสอง ด้วยริบบิ้นสีขาวซึ่งเจ้าสาวจะเป็นผู้ตัด พิธีแต่งงานของฝรั่งเศส จะเน้นความขาวบริสุทธิ์เป็นหลัก มีการให้พรจากนักบวชภายในโบสถ์ ซึ่งอบอวลไปด้วยเครื่องหอมและดอกไม้ต่าง ๆ ขณะที่ย่างก้าวออกจากโบสถ์ คู่บ่าวสาวก็จะถูกโปรยด้วยเมล็ดข้าวสาลี ในงานเลี้ยงบรรดาแขกเหรื่อ จะนำดอกไม้มามอบแก่ทั้งสองเพื่อฉลอง การเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใส เหมือนดั่งดอกไม้แรกแย้ม และด้วยเหตุผลเดียวกัน เจ้าสาวฝรั่งเศส มักจะประดับผมของเธอด้วยดอกไม้ หรือไม่ก็สวมหมวกมีดอกไม้ประดับประดาอยู่ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะดื่มอวยพรให้แก่กัน ด้วยแก้วพิเศษที่มีที่จับอยู่สองข้าง ทั้งสองจะดื่มให้แก่กัน จากแก้วใบเดียวกันนี้ เพื่อแสดงถึงการเริ่มต้นการใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกัน แก้วหรือถ้วยใบนี้ จะถูกเก็บไว้เพื่อสืบทอดต่อไป สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

--------------------------------------------------------------------------------
Germany ::เยอรมัน

ตามสไตล์คนที่เอาจริงจังกับชีวิต (แบบไม่กุ๊กกิ๊กโรแมนติก และ ไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง) ผู้คนในเยอรมัน ชอบที่จะเลือกแหวนแต่งงาน แบบเรียบๆ เป็นทองเกลี้ยงที่ทำงานโรงงานฝีมือดี ไม่ค่อยจะมีเพชรเม็ดโต สักเท่าไร เจ้าสาวจะสวมแหวนหมั้น บนนิ้วนางมือซ้าย และ เปลี่ยนเป็นมือขวาหลังพิธีแต่งงาน แต่ไม่ใช่ว่าจะเรียบง่ายไปซะทุกอย่าง เพราะงานเลี้ยงฉลองของชาวเยอรมัน กินเวลาถึง 3 วัน โดยเฉพาะวันแรก ที่จะกินเลี้ยงกันตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า ชาวเยอรมันยังแสดงถึงความขี้เล่น โดยเจ้าสาวมักที่จะซ่อนตัวเอง ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เจ้าบ่าวตามหา นอกจากนั้นเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ยังอาจถูกพันด้วยริบบินสีแดง โดยที่ทั้งสอง จะต้องจ่ายค่าผ่านทางที่โรย และประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด ก่อนที่ทั้งสองจะสามารถออกจากงานเลี้ยงได้ ก่อนที่จะมีการกระทำพิธีทางศาสนาที่โบสถ์ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะทำพิธีการทางกฏหมายก่อน จากนั้นก็ชนแก้วดื่มแชมเปญ ช่วงสายๆ ทั้งสองจึงเดินทางต่อไปยังที่โบสถ์อันศักดิ์สิทธิ์ด้วยรถม้า (ในสมัยก่อน) หรือ ลิมูซีน ในปัจจุบัน ในโบสถ์นั้น ญาติใกล้ชิดของทั้งสองฝ่ายจะนั่งที่ม้านั่งแถวหน้าสุด บาทหลวงจะทำหน้าที่นำมือของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมาประกบกัน โดยที่ทั้งสองจะแกล้งหยอกล้อกันว่ามือของใครควรจะอยู่ด้านบน จนบาทหลวงจะขัดจังหวะ (ตามที่นัดแนะและรู้กันมาก่อน) และ นำมือของเจ้าบ่าวมาไว้ด้านบน จากนั้นทั้งสองก็จะคุกเข่าต่อหน้าบาทหลวง โดยที่เจ้าบ่าวจะคุกเข่าทับชายชุดเจ้าสาว เพื่อแสดงถึงการไม่ให้เธอออกนอกลู่นอกทาง ในอดีต จะมีรถม้ามาขนย้ายเครื่องเรือน และ เฟอร์นิเจอร์ของเจ้าสาว โดยมีนักดนตรีมาบรรเลงเพลงตามหลัง เจ้าบ่าวจะมาพบกับเธอ ณ ประตู ระหว่างทางพร้อมกับเบียร์ จากนั้น เจ้าสาวก็จะมอบรองเท้าหนึ่งคู่ และ เสื้อที่ถักด้วยตนเอง ให้กับเขา เจ้าบ่าวก็จะอุ้มเจ้าสาวผ่านประตูนั้น พร้อมกับทานขนมปังชิ้นเล็ก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าทั้งสองจะมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์

--------------------------------------------------------------------------------
Italy ::อิตาลี

เนื่องจากชาวอิตาลีส่วนใหญ่ จะนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมัน คาทอลิก ชาวอิตาลีจึงนับถือพิธิโบสถ์ และ เชื่อในนิทานปรัมปรา เมื่อมีการกำหนดวัน และ เวลา ในการกระทำพิธีแต่งงาน ให้กับหญิงและชาย ชาวอิตาลีจะไม่จัดงานแต่งงาน ในเดือนพฤษภาคม และ สิงหาคม เพราะถือว่าเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนของพระแม่มารี และ เดือนสิงหาคม จะทำความเจ็บป่วย และ ความทุกข์มาให้ ในทางตรงกันข้าม เขาจะถือว่าวันอาทิตย์ เป็นวันที่มีศิริมงคลที่สุดในสัปดาห์ เจ้าบ่าวชาวอิตาลีมักจะพกเหล็กชิ้นหนึ่งติดตัว ด้วยความเชื่อที่ว่า มันจะช่วยผลักความชั่วร้ายออกไป ส่วนเจ้าสาวก็จะต้องมีผ้าคลุมหน้า เพื่อปกป้องเธอจากอำนาจชั่วร้าย นอกจากนั้นแล้ว การคลุมหน้ายังบ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ของพรหมจารีอีกด้วย ส่วนหนึ่งของพิธีแต่งงานของชาวอีตาลี คือ การทำให้เหยือก หรือ แก้ว หนึ่งใบแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เพื่อที่จะเป็นตัวชี้บอกว่าเจ้าบ่าว และ เจ้าสาว จะครองรักกันเป็นเวลากี่ปี โดยการนับจำนวนเศษแก้ว หรือ กระเบื้องนั้น สุดท้าย ทั้งเจ้าบ่าว และ เจ้าสาวจะปล่อยนกพิราบสีขาวให้เป็นอิสระเพื่อเป็นฤกษ์ที่ดีในการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ปาร์ตี้จะจัดขึ้นในรอบค่ำ หลังพิธีการที่เคร่งเครียดในยามเช้า ระหว่างปาร์ตี้ตลอดค่ำคืนนี้ นอกจากจะกินเลี้ยงและดื่มไวน์แล้ว เจ้าสาวจะดำเนินการ ตามขนบธรรมเนียมประเพณี คือ การเวียนถุงผ้าซาตินไปรอบๆงานเลี้ยง เพื่อให้แขกเหรื่อ หย่อนซองที่ใส่เงินลงไป เพื่อช่วยภาระค่าใช้จ่ายในพิธีแต่งงานที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน เจ้าบ่าวก็จะตัดเน็คไทตนเอง ออกเป็นชิ้นๆ เพื่อประมูลขาย ให้กับแขกในพิธี เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปฮันนีมูน คู่รักทั้งสองก็จะขับรถสวยหรู ที่ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้ทั้งคัน ออกไปด้วยกัน เพื่อเป็นการแสดงถึงการเดินทางสู่ชีวิตใหม่ ที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์

--------------------------------------------------------------------------------
China :: จีน

สิ่งแรกที่บอกได้ถึงพิธีการแต่งงาน ของชาวจีนก็คือ สีแดง นี่แหละค่ะ สำหรับชาวจีนแล้ว สีแดงหมายถึง ความผาสุขและความมั่งคั่ง ปัจจุบัน เจ้าสาวจีนจะเลือกชุดแต่งงาน สีขาวตามสไตล์ตะวันตก แต่สำหรับสมัยก่อนแล้ว สีแดง จะปรากฏให้เห็นทุกที่ในงานแต่งงาน ตั้งแต่เสื้อผ้า ของตกแต่ง แม้กระทั่งของขวัญ พิธีแต่งงานของชาวจีนแต่โบราณ มักจะถูกจัดโดย ผู้เป็นพ่อแม่ จะเป็นฝ่ายเลือกเจ้าสาว ให้กับบุตรของตน นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติตามเป็นลำดับ ตั้งแต่ การเจรจาต่อรอง การสู่ขอ การว่าจ้างซินแส มาตรวจดูดวงของคู่บ่าวสาว ว่าสมพงษ์กันหรือไม่ จนไปถึงการตกแต่งเรือนหอ (ต้องเป็นสีแดงด้วยค่ะ) เพื่อความเป็นศิริมงคล จะมีการจัดหาชายหนุ่ม และหญิงสาว มาทำการเตรียมเตียง ให้กับเจ้าสาว สองคนนี้อาจเป็นคนเดียวกัน กับคนที่จะทำพิธีหวีผมให้แก่เจ้าบ่าว และเจ้าสาวตามความเชื่อที่ว่า จะทำให้ทั้งสองรักใคร่ปรองดองกัน มีความร่ำรวย และมีลูกดก ๆ นอกจากนี้ ยังมีขบวนแห่รับเจ้าสาว จากบ้านของเจ้าสาวมาที่บ้านของเจ้าบ่าว ตามด้วยพิธีแต่งงาน (ซะที) การสักการะบูชาฟ้าดิน การถวายสัตย์ปฏิญาณ และการมอบของขวัญให้แก่กัน หลังจากนั้นก็จะเป็นงานเลี้ยงฉลอง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พิธีแต่งงาน ซึ่งเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ ญาติสนิทมิตรสหาย คนรู้จัก อาหารชั้นดีและสุราไม่อั้นค่ะ จนกระทั่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมที่จะย้ายเข้าสู่เรือนหอ หลังจากนั้นเจ้าสาวก็จะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของเธอเป็นเวลาสามวัน ก่อนที่จะย้ายกลับมาอยู่กับเจ้าบ่าวเป็นการถาวร พร้อมกับมีพิธีฉลองยิ่งใหญ่อีกครั้ง (เฮ้อ เหนื่อยค่ะ)

--------------------------------------------------------------------------------
India :: อินเดีย

ตามประเพณีชาวอินเดียนั้น การแต่งงานเป็นหน้าที่ที่คน จะต้องปฏิบัติ การแต่งงานนั้น แสดงถึงการที่ เจ้าบ่าว ตอบแทนหนี้บุญคุณ ของพระเจ้า และ เป็นการล้างบาป เมื่อเขาได้สร้างครอบครัว ส่วนบิดาของเจ้าสาว ก็มีหน้าที่เช่นเดียวกัน คือ จะต้องมอบลูกสาวของตนออกไป ในพิธีแต่งงาน ตามประเพณีที่เรียกว่า "กานยาดานา" พิธีการในอินเดียนั้นสลับซับซ้อน และ มีผู้เกี่ยวข้องมากมาย นอกจากนั้นทุกๆ พิธีการจะมีชื่อเรียกทั้งหมด เช่น "เมเฮนดี" คือวันที่เป็นมงคลที่ถูกเลือกจาก การดูฤกษ์ยามของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว "มิไล" ก็พิธีการนำลูกเขย และ ลูกสะใภ้เข้าบ้าน "วิวาห์" คือพิธีแต่งงาน นั่นเอง และ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ ว่าที่เจ้าสาวจะได้รับ "ทาโม" - สร้อยคอทองคำ คล้ายกับความหมายของ การสวมแหวนแต่งงานในธรรมเนียมประเพณีอื่นๆ เจ้าสาวชาวอินเดียนั้นเปรียบเสมือนกันเทพธิดา "ลักษมี" ดังนั้นชุดแต่งกายและ เครื่องประดับ จึงถูกออกแบบมาให้เจ้าสาวในลักษณะนั้น ประเทศอินเดียเป็นประเทศใหญ่ ในแต่ละท้องถิ่นก็จะมีพิธีการ และ การแต่งกายต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ชุดของเจ้าสาวจะอยู่ในรูปของ "ส่าหรี" เครื่องประดับก็จะประกอบไปด้วย สร้อยคอ, กำไล, แหวน, แหวนจมูก, กำไลข้อเท้า, และ แหวนนิ้วเท้า และที่ขาดไม่ได้เลย ในพิธิการแต่งงานชาวอินเดีย คือ ดอกไม้นานาพันธุ์ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเจ้าบ่าวอาจเลือกสวมชุดสูท แต่ส่วนใหญ่แล้ว เจ้าบ่าวมักจะสวมชุดแบบโบราณ โดยเฉพาะในทางตอนใต้ เจ้าบ่าวจะมีผ้าโพกศีรษะ ที่มีการประดับด้วยดอกไม้ เพื่อปกป้องเจ้าบ่าวจะสิ่งเลวร้าย โดยมีภรรยาของพี่ชายเจ้าบ่าว เป็นผู้ตกแต่ง เจ้าบ่าวนั้นจะได้รับการยกย่องเป็น "วิศณุ" เพราะ วิศณุ เท่านั้น ถึงจะเหมาะสมกับเจ้าสาว ผู้ซึ่งถือว่าเป็นของขวัญล้ำค่า ที่เทพเจ้าเท่านั้นสมควรจะได้รับ ตามพิธีการ เจ้าบ่าวจะเดินทาง ไปยังที่พักของเจ้าสาว โดยจะมีครอบครัวของทั้งสองรวมอยู่ ณ ที่นั้น เอง พิธีการต่างๆ ก็จะเริ่มขึ้น ในสมัยโบราณเจ้าบ่าว พร้อมกับญาติพี่น้อง และ เพื่อนฝูง จะเดินทางไปยังที่พัก ของเจ้าสาวด้วยกัน พร้อมกับเต้นรำ และ ร้องเพลงไปตลอดทาง เมื่อถึงสถานที่แล้ว บิดา, มารดา, หรือ ญาติฝ่ายเจ้าสาว ก็จะพรมน้ำหอม และ กลีบดอกไม้ให้กับเจ้าบ่าว เพื่อเป็นศิริมงคล เจ้าสาว และ เจ้าบ่าวจะแลกเปลี่ยนการสวมพวงมาลัย ซึ่งกันและกัน ทั้งสองจะต้องเวียน รอบกองไฟศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด 7 รอบ พร้อมกับการสวดมนต์ ของพระสงค์หลังจากเดินในแต่ละรอบ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ แห่งการปิดผนึกของความปรองดอง จากนั้นจึงก้าวไปทางทิศเหนือเป็นจำนวน 7 ก้าว โดยภาวนาถึงสิ่ง 7 สิ่ง คือ อาหาร, พลานามัย, ความมั่งคั่ง, ความสุข, ความอุดมพันธุ์, พืชผลและสัตว์เลี้ยง, และ การอุทิศตน เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าสาวจะถูกพรม ด้วยน้ำมนต์เพื่อชำระล้างบาปในอดีต ในการเตรียมความพร้อม ไปสู่ชีวิตในวันข้างหน้า พิธีสมรสของชาวอินเดีย จะสิ้นสุดลงด้วยงานเลี้ยงฉลองในยามค่ำคืน ที่เต็มไปด้วยความรื่นเริง, การเต้นรำ, และ ที่ขาดไม่ได้ค่ะ, การรับประทานอาหารมื้อใหญ่ โดยเจ้าสาวจะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายชุด ส่าหรี หลายชุด เพื่อต้อนรับครอบครัวของเจ้าบ่าว ที่นำผลไม้ และ อาหารมามอบให้ ณ จุดสุดท้ายของงานเลี้ยง พี่ชายของเจ้าบ่าว ก็จะโปรยกลีบดอกไม้ให้กับคู่สมรส ตลอดทางเดินของทั้งสอง เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายให้ออกไป

--------------------------------------------------------------------------------
Japan :: ญี่ปุ่น

พิธีแต่งงานของชาวญี่ปุ่นมักจะเป็นงานเลี้ยงใหญ่โต ไม่แพ้งานแต่งงานในยุโรป เจ้าสาวจะแต่งตัวสวยงามหรูหรา และ จะมีชุดให้เปลี่ยนในวันเดียวกันนั้นไม่ต่ำกว่า 3-4 ชุดการประดับประดานั้น จะกลมกลืน และ เต็มไปด้วยโทนสีแดง ที่เชื่อว่าเป็นศิริมงคล เช่นเดียวกับความเชื่อ ในประเทศต่างๆในเอเชีย แขกที่จะมาร่วมแสดงความยินดีในพิธีสมรสนั้น มักจะส่งของขวัญมาให้ล่วงหน้า หรือ อาจนำมาให้เมื่อวันงานมาถึงก็ได้ ธรรมเนียมการนำเงินสดมาให้กับคู่แต่งงานนั้น ชาวญี่ปุ่นเรียกมันว่า "โกชูกิ" (Goshugi) อาหารญี่ปุ่นชั้นดีจะถูกนำมาเสิร์ฟ ระหว่างพิธีแต่งงานที่เต็มไปด้วยการชนแก้ว และ การพูดบนเวที ประเพณีที่น่าสนใจของชาวญี่ปุ่นก็คือ การนำเป็ดและห่าน มาเป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีการของเจ้าสาว เพื่อเป็นสิ่งที่จะนำมาสู่ความสมบูรณ์ ในการมีบุตรและธิดา เนื่องจากเป็ดและห่านมีการสืบพันธ์ ตลอดช่วงชีวิตของมัน และ ในระหว่างพิธีแต่งงานนั้น เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะจ้องตากัน และ จิบสาเกเป็นจำนวน 9 ครั้ง หลังจากจิบครั้งที่หนึ่ง ทั้งสองได้ถือว่าเป็นคู่สมรส และ เมื่อครบทั้ง 9 ครั้งแล้ว ทั้งสองจะต้องบรรจง วางถ้วยลงบนพื้นให้พร้อมกัน เพื่อที่จะไม่ให้ใครคนหนึ่ง เสียชีวิตจากไปก่อนอีกคนหนึ่ง การแต่งงานแบบ "ชินโต" จะกระทำขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือ ใบไม้ร่วง และ คล้ายๆ กับธรรมเนียมของไทย คู่แต่งงานจะมี "คนกลาง" ในการดำเนินพิธีเพื่อให้เจ้าบ่าว เป็นที่ยอมรับเข้าสู่ ครอบครัวฝ่ายหญิง และ เจ้าสาว สู่ครอบครัวของฝ่ายชาย หลังจากนั้น จะเป็นพิธีสวมแหวนแต่งงาน, การดื่มสาเก เพื่อเฉลิมฉลองการสมรส การแต่งงานแบบพุทธ จะประกอบไปด้วยจุดธูปเทียน, สวดมนต์, และ การตรบมือ ที่จัดขึ้นทั้งหมด ในวัดอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ประดับประดาด้วย ดอกไม้หลากสี โดยเฉพาะสีแดง และ ขาว โดยมี "คนกลาง" เป็นผู้ช่วย ในการดำเนินพิธีการ ตามธรรมเนียมประเพณี

--------------------------------------------------------------------------------
Korea ::เกาหลี

ถึงแม้ทุกวันนี้ ชายหนุ่ม และ หญิงสาวชาวเกาหลี จำนวนมากขึ้น สามารถเลือกคู่ครองได้ด้วยตนเอง แต่ยังมีคู่แต่งงานอีกส่วนหนึ่ง ที่ถูกเลือกโดย พ่อสื่อ หรือ แม่สื่อ ที่ทำหน้าที่จัดหาคู่ครอง ให้กับลูกชาย หรือ ลูกสาวของครอบครัว ที่ยังมีความเชื่อตามธรรมเนียมโบราณอยู่ ในวันที่ว่าที่เจ้าสาวจะถูกแนะนำตัวให้กับครอบครัวของว่าที่เจ้าบ่าวนั้น ฝ่ายหญิงจะสวมชุดยาวสีสดใส ที่มีแขนเสื้อเป็นสีขาว และ แต้มสีเป็นจุดแดงบนแก้มสองข้าง เพื่อขับไล่สิ่งไม่เป็นศิริมงคลออกไป เจ้าสาวจะสวมมงกุฏ "โช๊คทูริ" ที่ร้อยด้วยลูกปัดและดอกไม้ และ "โช๊กโกริ" เสื้อแจ๊กเก็ตแบบสั้นที่มีแขนเสื้อแบบยาว ทับลงบน "ชิมา" กระโปรงยาวที่ต้องสวมให้อยู่สูงเหนือเอว เจ้าบ่าวจะสวมแจ๊กเก็ต "ชิโกริ" และ กางเกง "พาจิ" และ เสื้อคลุมที่เรียกว่า "ทูรุมากิ" รวมทั้งผ้าพันหน้าอก "เซโจเด" ตามธรรมเนียมเก่าแก่ของชาวเกาหลี เจ้าบ่าวจะต้องนำเจ้าสาวผ่านทางที่จุดไฟด้วยตะเกียงมือถือ กลับไปที่บ้านของบิดาและมารดาของเจ้าบ่าวในคืนหลังพิธีแต่งงาน

--------------------------------------------------------------------------------
Middle East ::สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องผ่านขั้นตอน พิธีการเตรียมตัวหลายขั้นตอน ก่อนถึงพิธีการแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าสาว เจ้าสาวจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด และได้รับของขวัญที่เลอค่าที่สุด แต่ทว่า เธอก็จะต้องถูกเก็บตัว จากสายตาของสาธารชนเป็นเวลา 40 วัน ก่อนวันแต่งงาน งานเลี้ยงฉลองจะดำเนินก่อนงานแต่งงานจริง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อวันแต่งงานมาถึง ดวงตาของเจ้าสาวจะถูกแต่งแต้ม เพิ่มเติมเป็นพิเศษจากดวงตา ที่งดงามของสาวอาหรับอยู่แล้ว ในระหว่างงานแต่งงานบรรดาหนุ่ม ๆ จะถูกแยกออกจากหญิงสาว และแต่ละฝ่าย ต่างก็จะมีปาร์ตี้ของตัวเอง อาจจะดูแปลก แต่ก็ไม่มีอะไร ที่จะมาหยุดยั้งความสนุกสนาน ของเขาและเธอเหล่านั้นได้ค่ะ

--------------------------------------------------------------------------------
Story By : Gemsmond.com

 
 
Untitled Document
package01
package_gardi
package_freesia
package_tulipa
package_paconia
Back
 
Untitled Document หน้าแรก | โชคชะตาราศี | บอกเล่าเก้าสิบ | กระดานถาม-ตอบ | โฮมเพจคู่รัก | สมัครสมาชิก | สินค้าและบริการ | ติดต่อเรา   
 
©2003 : Thaiwedding.co., ltd. All rights reserved.